คลินิกภาษีมะม่วง

มะม่วงเป็นผลไม้ท้องถิ่นที่รสชาติถูกปาก ประโยชน์หลากหลายถูกใจ มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวและแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดทั้งปี ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับมะม่วงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการปลูกเพื่อบริโภคภายในประเทศ ปัจจุบันได้มีการส่งเสริมให้มีการปลูกมะม่วงในเชิงธุรกิจเพื่อการส่งออก ต่อยอดสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการธุรกิจมะม่วงอย่างเป็นกอบเป็นกำ

มีรายได้จากผลไม้ไทยๆ แล้ว ก็ต้องทำหน้าที่เสีย "ภาษี" เพื่อพัฒนาแผ่นดินไทยให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย...
จึงจะเรียกว่าครบสูตร

ดาวน์โหลด

PDF

เปิดใน

Flipbook

ให้คะแนนสินค้านี้

จดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
ขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(กรณีต้องการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนของกรมสรรพากร และ/หรือต้องการเป็นผู้นำเข้า-ส่งออกของกรมศุลกากร)
นำเข้า ผลิต จำหน่าย ส่งออก
ลงทะเบียน Paperless ขอยกเว้นภาษี ออกใบกำกับภาษี
(กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ลงทะเบียน Paperless
ขั้นตอนพิธีการนำเข้า จัดทำรายงานภาษี
(กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ขั้นตอนพิธีการส่งออก
ผ่านด่านตรวจพืช ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ขอยกเว้น/ขอคืนภาษี
ชำระอากรขาเข้า ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม
(กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)
จัดทำรายงานภาษี
จัดทำรายงานภาษี ยื่นแบบฯ รายการภาษี
ยื่นแบบฯ รายการภาษี

ตั้งต้น...ตั้งตัว

มะม่วงจัดเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ทางโภชนาการ เพราะมีเส้นใย สารอาหาร และวิตามินสูง ตลอดจนสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารนานาชนิด หรือสกัดเป็นยาและเครื่องสำอางก็ได้ ทำให้ธุรกิจนี้เติบโตทุกรูปแบบ ทั้งการนำเข้า การผลิต การจำหน่าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งออก โดยในปี 2555 ที่ผ่านมา ผลผลิต "มะม่วง" ราว 10 ล้านกิโลกรัม สามารถสร้างมูลค่าจากการส่งออกได้ถึงเกือบ 1,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

เรื่องน่ารู้คู่ภาษี

ผู้ประกอบการธุรกิจมะม่วง ไม่ว่าจะปลูกขายเอง นำเข้า หรือรับจากแหล่งผลิตมาขายต่อ ควรเริ่มต้นเปิดตัวกิจการอย่างเป็นทางการ โดยดำเนินการยื่นแบบ คำขอจดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ

จากนั้นจึง ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรกับกรมสรรพากร เพื่อใช้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี การหักภาษี ณ ที่จ่าย ฯลฯ

ส่วนการยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยหลักแล้วผู้ประกอบการที่ขายพืชผลทางการเกษตรที่ไม่แปรรูปจะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ยังสามารถยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ แต่ผู้ที่เลือกจะไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องทำ รายงานเงินสดรับ-จ่ายในแต่ละปีเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้กับกรมสรรพากรต่อไป

นำเข้ามะม่วง...เพิ่มช่องทางการตลาด

ประเทศไทยนั้นเป็นแหล่งปลูกมะม่วงพันธุ์ดีอยู่แล้ว แต่เนื่องจากความต้องการของตลาดที่มีสูง ผลผลิตมะม่วงภายในประเทศอาจไม่เพียงพอ ผู้ประกอบการจึงอาจนำเข้ามะม่วงจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา หรือเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค เช่น มะม่วงยักษ์จากไต้หวัน และจีน เป็นต้น

แน่นอนว่าเมื่อมีการนำสินค้าเข้ามาในประเทศ ผู้ประกอบการต้องผ่านกระบวนการนำเข้าสินค้าจากกรมศุลกากร เริ่มจากลงทะเบียนในระบบพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (Paper Less) เมื่อลงทะเบียนแล้วจึงดำเนินการในขั้นตอนการนำเข้าสินค้าตามระเบียบของกรมศุลกากร

ล้อมรั้วป้องกัน

เนื่องจากมะม่วงเป็นสินค้านำเข้าประเภทผลไม้ จึงต้องผ่านด่านตรวจพืชของกรมวิชาการเกษตรเสียก่อน เพื่อป้องกันโรค ศัตรูพืช และสารเคมีอันตรายที่อาจปนเปื้อนมากับสินค้าจากต่างประเทศ รวมถึงพืชดัดแปลงทางพันธุกรรม (GMOs) เข้าสู่ประเทศไทย

และด้วยเหตุที่มะม่วงเป็นผลไม้ที่สามารถปลูกได้ในประเทศไทยอยู่แล้ว ดังนั้น หากผู้ประกอบการคนไหนนำเข้ามะม่วงจากต่างประเทศมาขาย ก็ต้องเสียภาษีศุลกากร (อากรขาเข้า) ในอัตราที่สูงถึงกว่า 40% เลยทีเดียว


รายการ พิกัดศุลกากร อัตราอากรขาเข้า
มะม่วงสด 0804.50.20 40% หรือ 33.50 บาท/กิโลกรัม
มะม่วงอบแห้ง 0804.50.20 40% หรือ 33.50 บาท/กิโลกรัม
มะม่วงปรุงแต่งอื่นๆ บรรจุภาชนะที่อากาศเข้าออกไม่ได้ 2008.99.90 30% หรือ 25 บาท/กิโลกรัม

พิกัดศุลกากรขาเข้าผลิตภัณฑ์โครงการคลินิกภาษีกระทรวงการคลัง คลิก

**ข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมที่ "นำเข้า"

เดินหน้าสู่กระบวนการผลิตและจำหน่าย


ตั้งแต่กระบวนการปลูกมะม่วงจนกระทั่งเก็บเกี่ยวผลผลิตไปจำหน่าย ภาษีที่เข้ามาเกี่ยวข้องคือ
  • ภาษีเงินได้ เมื่อมีรายได้การขายมะม่วง คุณก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามรูปแบบธุรกิจ คือ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว ขนส่ง ฯลฯ ต้องมีการว่าจ้างแรงงานเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กระบวนการด้านภาษีที่ต้องดำเนินการในขั้นตอนนี้ คือ เมื่อคุณจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง และสวัสดิการให้กับพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน ต้องมีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ทุกครั้ง

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อต้องซื้อวัตถุดิบใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย อุปกรณ์ต่างๆ ราคาของที่คุณซื้อมักบวกภาษีมูลค่าเพิ่มมาแล้ว เท่ากับว่าคุณเป็นผู้เสียภาษีในส่วนนี้ และเมื่อถึงคราวที่จะต้องขายมะม่วง หรือผลิตภัณฑ์จากมะม่วง การตั้งราคาขายอาจมีการบวกภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปได้ ซึ่งลูกค้าของคุณจะกลายเป็นผู้เสียภาษีนี้แทน แต่ที่สำคัญคือ คุณต้องออกใบกำกับภาษีหรือบิลเงินสด (หากได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) ให้ลูกค้าไว้เป็นหลักฐานด้วย

ข่าวดีภาษีน่ารู้

สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นวิสาหกิจชุมชน หรือ SMEs จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นกรณีพิเศษ เพื่อช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจรายย่อยในอีกทางหนึ่ง


ติดตามได้ที่ "คู่มือภาษีสำหรับวิสาหกิจชุมชน"

** สิทธิประโยชน์ทางภาษีของธุรกิจ SMEs

**ข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมที่ "ผลิต" "จำหน่าย"


ส่งออกมะม่วงสู่ต่างแดน

หลังจากเก็บเกี่ยวมะม่วง คัดขนาด บรรจุหีบห่อ และขนส่งเดินทาง เตรียมจะส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกมะม่วงต้องมีความรู้ความเข้าใจและดำเนินการเกี่ยวกับการส่งออกสินค้ากับกรมศุลกากรให้ถูกต้อง ตลอดจนกฎระเบียบเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าไปยังประเทศปลายทาง เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างราบรื่นจนกระทั่งส่งมอบสินค้าให้ถึงมือลูกค้าในต่างแดนต่อไป

**ข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมที่ " ส่งออก"


ภาษีจากรายได้

เมื่อธุรกิจมะม่วงของคุณสามารถสร้างยอดขายจนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ คุณคือผู้ประกอบการที่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้กับกรมสรรพากร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ในเขตท้องที่ หรือง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว Click

เรื่องน่ารู้คู่ภาษี

เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นชาวไร่ชาวสวนมะม่วง (ฐานะบุคคลธรรมดา) กฎหมายได้กำหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี 2 ครั้งต่อปี ได้แก่

  • ครั้งแรก:เดือนกรกฎาคม-กันยายน ของปีที่ได้รับเงิน เพื่อเสียภาษีเงินได้ครึ่งปี (เงินได้เดือนมกราคม-มิถุนายนของปีนั้น)
  • ครั้งที่ 2 เดือนมกราคม-มีนาคม ของปีถัดไป เพื่อรวมคำนวณภาษีทั้งปีในปีภาษีหรือรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม)

คนไทยที่ดีต้องเสียภาษีเพื่อพัฒนาประเทศ

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลภาษีสินค้า อื่นๆ